ต่อยอดจาก
แนวคิดหลังรับช่วงหรือใช้รากบางส่วนจากแนวคิดก่อนหน้า
อ่านเป็นสายอิทธิพลหรือรากความคิด แต่ยังต้องดูหลักฐานในแต่ละเส้นแนวคิดไม่ได้เคลื่อนเป็นเส้นเดียว
หน้านี้ช่วยอ่านว่าแนวคิดการเรียนรู้เชื่อมกันอย่างไร เส้นแต่ละสีมีความหมายต่างกัน และลูกศรไม่ได้แปลว่าแนวคิดหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกแนวคิดโดยอัตโนมัติ
วิธีอ่านแผนที่
แผนที่นี้แยก “อิทธิพลทางประวัติศาสตร์”, “การต่อยอด”, “การโต้แย้ง”, “ความขนาน” และ “การนำไปใช้” ออกจากกัน เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ทุกแบบถูกอ่านเหมือนเป็นเส้นสาเหตุเดียวกัน
Legend
แนวคิดหลังรับช่วงหรือใช้รากบางส่วนจากแนวคิดก่อนหน้า
อ่านเป็นสายอิทธิพลหรือรากความคิด แต่ยังต้องดูหลักฐานในแต่ละเส้นแนวคิดหนึ่งขยายรายละเอียดหรือทำให้แนวคิดก่อนหน้าใช้งานเฉพาะขึ้น
เหมาะอ่านต่อเนื่องกัน แต่ไม่ใช่ทุกส่วนจะเหมือนกันแนวคิดหนึ่งเกิดจากการโต้กลับ วิจารณ์ หรือแก้ข้อจำกัดของอีกแนวคิด
อ่านเป็นความตึงเครียดทางความคิด ไม่ใช่แปลว่าอีกฝ่ายผิดทั้งหมดแนวคิดหนึ่งรวมองค์ประกอบจากหลายสายเข้าด้วยกัน
ควรดูว่ารวมอะไร และตัดอะไรทิ้งแนวคิดสองสายคล้ายหรือเทียบกันได้ แต่ไม่ได้อ้างสายอิทธิพลโดยตรง
ใช้เทียบเลนส์การอ่าน ห้ามตีความว่าแนวหนึ่งทำให้เกิดอีกแนวหนึ่งแนวคิดหรือข้ออ้างถูกวิจารณ์หรือท้าทายด้วยหลักฐาน/ข้อโต้แย้ง
เหมาะอ่านเพื่อเห็นข้อจำกัด ความเข้าใจผิด หรือสถานะที่ยังถกเถียงแนวคิดถูกนำไปใช้ในโมเดล เครื่องมือ การออกแบบ หรือบริบทปฏิบัติ
การนำไปใช้ไม่เท่ากับหลักฐานว่าทำงานได้ทุกสถานการณ์Map view
แกนซ้ายไปขวาคือช่วงเวลาโดยประมาณ ส่วนตำแหน่งแนวตั้งช่วยกระจายตระกูลแนวคิดให้อ่านเส้นง่ายขึ้น
กดชื่อแนวคิดเพื่อเปิดรายละเอียด
Relationship details
ประสบการณ์นิยมยุโรปพัฒนาแนวคิดการเชื่อมความคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ทั้งสองให้ความสำคัญกับประสบการณ์ แต่ต่างยุค วิธี และสถานะวิทยาศาสตร์
ทั้งคู่คัดค้านการสอนที่แยกจากประสบการณ์เด็ก แต่ Dewey ไม่รับ individualism แบบเดียวกับ Rousseau
แนว apperception และ prior knowledge คล้ายกันบางส่วนโดยไม่ควรถือว่าเป็นทฤษฎีเดียวกัน
Kolb นำ Dewey และนักคิดอีกหลายคนมาสังเคราะห์เป็นวงจรประสบการณ์
inquiry และประสบการณ์ของ Dewey เป็นรากหนึ่งของแนว discovery และ curriculum สมัยหลัง
งานผลตามหลังพฤติกรรมถูกพัฒนาต่อใน operant analysis
Watson ใช้งาน conditioning เป็นฐานส่วนหนึ่งของโครงการ behaviorism
Skinner พัฒนา radical behaviorism และ operant conditioning ที่ต่างจาก methodological behaviorism ของ Watson
Gestalt คัดค้านการลดจิตและการเรียนเป็นองค์ประกอบย่อยเชื่อมต่อกันเท่านั้น
Tolman รักษาการวัดพฤติกรรมแต่เพิ่มจุดหมาย ความคาดหมาย และแผนที่ทางปัญญา
cognitive maps ช่วยเปิดพื้นที่ให้ตัวแปรภายในก่อนการปฏิวัติการรู้คิด
Bruner รับอิทธิพลจาก developmental constructivism แต่เสนอ representation และ curriculum ต่างออกไป
ทั้งสองให้ความสำคัญกับสังคมและเครื่องมือ แต่ situated learning มีเส้นทางทฤษฎีของตน
งานของ Bruner และเพื่อนร่วมงานพัฒนาแนว scaffolding ในบริบทที่ได้รับอิทธิพลจาก Vygotsky
schema อธิบายบทบาทของโครงความรู้เดิมในกระบวนการตีความและจำ
CLT ใช้ข้อจำกัดความจำทำงานและบทบาทความจำระยะยาวเป็นฐาน
multimedia learning รวมข้อจำกัดการประมวลผลกับสมมติฐานช่องทางคำและภาพ
Bandura แสดงว่าการสังเกตและกระบวนการรู้คิดเกินคำอธิบาย stimulus-response แบบแคบ
self-efficacy และ self-regulation เป็นฐานสำคัญของโมเดล SRL
sociocultural attention to mediation เป็นหนึ่งในรากร่วมของการเรียนรู้ตามสถานการณ์
Communities of Practice ขยายการอภิปราย participation, identity และ practice
Papert พัฒนาแนว constructivist ผ่านการสร้างสิ่งที่แบ่งปันได้และการใช้คอมพิวเตอร์
ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับการลงมือและการสร้างปัญหาที่มีความหมาย
ทั้งสองสนใจ autonomy และสภาพแวดล้อมสนับสนุน แต่ SDT มีโครงทดสอบเฉพาะกว่า
SDT เสนอ basic needs ที่ไม่เรียงเป็นพีระมิดและทดสอบเชิงประจักษ์ต่างจาก Maslow
นักการศึกษาสตรีนิยมจำนวนหนึ่งต่อยอด dialogue และ critique พร้อมเพิ่มเพศ ร่างกาย และ positionality
ทั้งคู่เชื่อมการศึกษากับประชาธิปไตยและการลงมือ แต่บริบทและการวิเคราะห์อำนาจต่างกัน
ทั้งสองมองความรู้เกินตัวบุคคล แต่ connectivism เน้นเครือข่ายดิจิทัลและมีสถานะทฤษฎีที่ถกเถียง
งานวิจารณ์ connectivism ถามว่าสิ่งใหม่เกินกรอบ social/network learning เดิมเพียงใด
retrieval practice ใช้กลไก encoding และ retrieval จาก memory research ในหลักการเรียนเฉพาะ
การเรียกคืนสัมพันธ์กับความรู้เดิมและโครงสร้างคำถาม แต่ไม่ใช่ผลจาก schema เพียงอย่างเดียว
หลักฐานเรื่อง minimal guidance จำกัดการตีความ discovery learning แบบปล่อยผู้เริ่มต้นค้นเอง
การนำ Kolb ไปจัดคนเป็น learning styles ถูกวิจารณ์และไม่รองรับ meshing prescription
สองแนวคิดมักถูกผสมในโรงเรียน แต่กล่าวถึงคนละเรื่องและไม่มีฐานให้จับคู่การสอนตามประเภท
ทั้งสองใช้ร่วมใน instructional design ได้ แต่ taxonomy จัดเป้าหมาย ส่วน UDL ตรวจอุปสรรคและทางเลือก
แรงจูงใจแบบ internalized และ autonomy support ช่วยอธิบายเงื่อนไขของ self-regulation
self-efficacy และ basic needs เป็น construct ต่างกันที่ร่วมอธิบายแรงจูงใจได้
UDL ใช้ scaffolding และเครื่องมือเข้าถึงได้ แต่ไม่ใช่ผลสืบตรงจาก Vygotsky เพียงคนเดียว
Bloom เป็น taxonomy และไม่ใช่แผนผังกระบวนการความจำ แม้มักถูกใช้ร่วมในงานออกแบบ
ทั้งสองแนวให้ความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมเป็นแกน แต่เกิดจากประวัติทางความคิดต่างกันและไม่มีหลักฐานว่าแนวหนึ่งสืบตรงจากอีกแนวหนึ่ง
ทั้งคู่เชื่อมการศึกษากับอำนาจและการเปลี่ยนสังคมในโลกหลังอาณานิคม แต่รายการนี้บันทึกความขนาน ไม่อ้างสายอิทธิพลโดยตรง
Nai Talim และ pragmatism ต่างเชื่อมประสบการณ์กับการศึกษา แต่จุดหมายทางการเมือง เศรษฐกิจ และจริยธรรมไม่เหมือนกัน
ทั้งสองวิจารณ์โรงเรียนที่แยกจากชีวิตและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ แต่หลักฐานชุดนี้ยังไม่ใช้ยืนยันการส่งต่อแนวคิดโดยตรง
ทั้งสองให้เสรีภาพภายใต้สภาพแวดล้อมและการดูแลของผู้ใหญ่ แต่ระบบ Among เน้นบทบาทเชิงสัมพันธ์ของครอบครัว โรงเรียน และชุมชนมากกว่า
งานของ Ibn Khaldun อยู่ในโลกวิทยาการอิสลามแต่เสนอการวิเคราะห์การสอนเฉพาะของตน จึงไม่ควรถูกลดเป็นตัวแทนของ adab ทั้งหมด
ทั้งสองอธิบายการเรียนผ่านการมีส่วนในกิจกรรมทางสังคม แต่ LOPI ระบุรูปแบบการจัดการความสนใจและความริเริ่มจากชุมชน Indigenous-heritage โดยเฉพาะ
ทั้งสองท้าทายอำนาจที่กำหนดว่าความรู้ใดมีคุณค่า แต่ Sankofa case นี้ยึดทุนวัฒนธรรมและการออกแบบร่วมในกานา ไม่ใช่การประยุกต์ Freire โดยอัตโนมัติ
ยังไม่มีเส้นความสัมพันธ์ชนิดนี้