แนวคิดนี้มองการเรียนรู้อย่างไร
- มุมมองต่อผู้เรียน
- ผู้เรียนเลือก ประมวล และเรียกใช้ข้อมูล ไม่ใช่รับสิ่งเร้าอย่างเดียว
- กลไกที่เสนอ
- attention, working memory, long-term memory และ retrieval
- บทบาทผู้สอนและสิ่งแวดล้อม
- ลดภาระที่ไม่จำเป็น ช่วยเข้ารหัส และออกแบบการทบทวน
- แรงจูงใจ
- ไม่ได้เสนอเป็นทฤษฎีแรงจูงใจโดยตรง
อิทธิพลกับสถานะหลักฐาน
เป็นแกนของ cognitive psychology และการออกแบบการสอนร่วมสมัย
แบบจำลองหลายคลังเป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่ภาพสมองตามตัว และมีโมเดลความจำทำงานหลายแบบ
อย่าใช้การเปรียบสมองเป็นคอมพิวเตอร์เป็นคำอธิบายเชิงชีววิทยาตรง ๆ
นำไปใช้อย่างไร
ข้อควรระวังอย่าแปลงคำอธิบายกว้าง ๆ ให้เป็นสูตรสอนที่ใช้ได้กับทุกคนโดยไม่มีหลักฐานเฉพาะบริบท
ความสัมพันธ์กับแนวคิดอื่น
schema อธิบายบทบาทของโครงความรู้เดิมในกระบวนการตีความและจำ
ต่อยอดจากทฤษฎีภาระทางปัญญาCLT ใช้ข้อจำกัดความจำทำงานและบทบาทความจำระยะยาวเป็นฐาน
นำไปใช้ในหลักการฝึกเรียกคืนretrieval practice ใช้กลไก encoding และ retrieval จาก memory research ในหลักการเรียนเฉพาะ
เดินคู่ขนานอนุกรมวิธานของบลูมBloom เป็น taxonomy และไม่ใช่แผนผังกระบวนการความจำ แม้มักถูกใช้ร่วมในงานออกแบบ
เกี่ยวข้อง: เดินคู่ขนานพฤติกรรมนิยมแบบมีจุดหมายของทอลแมนcognitive maps ช่วยเปิดพื้นที่ให้ตัวแปรภายในก่อนการปฏิวัติการรู้คิด